สาเหตุที่ทำให้ใส่เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) แล้วรู้สึกอึดอัด แม้ตั้งค่าตามคำแนะนำแล้ว
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้งานเครื่อง CPAP หนึ่งในปัญหาที […]
เครื่อง CPAP เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มักถูกกล่าวถึงหลังการตรวจการนอนหลับ หรือเมื่อมีอาการนอนกรนรุนแรงและสงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ บทความนี้สรุปข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเครื่อง CPAP ตั้งแต่ความหมาย หลักการทำงาน ประเภทของเครื่อง ส่วนประกอบ ประโยชน์ ปัญหาที่พบบ่อย ตลอดจนแนวทางการเลือกใช้งาน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านสามารถดูแลสุขภาพการนอนหลับของตนเองและคนใกล้ชิดได้อย่างเหมาะสม

ก่อนทำความเข้าใจเครื่อง CPAP ควรเริ่มจากปัญหาสุขภาพที่เครื่องนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ไข นั่นคือภาวะ Sleep Apnea หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งเป็นความผิดปกติของการหายใจที่เกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับ โดยทางเดินหายใจส่วนบนอาจยุบตัวหรือถูกปิดกั้นซ้ำ ๆ ทำให้อากาศไม่สามารถผ่านเข้าสู่ปอดได้ตามปกติ
ภาวะนี้แบ่งได้เป็น 3 ชนิดหลัก ได้แก่ Obstructive Sleep Apnea (OSA) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นทางกายภาพของทางเดินหายใจและพบได้บ่อยที่สุด Central Sleep Apnea (CSA) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของสัญญาณควบคุมการหายใจจากสมอง และ Complex Sleep Apnea ซึ่งเป็นภาวะผสมของทั้งสองแบบ (ดูรายละเอียดเปรียบเทียบใน OSA vs CSA ต่างกันอย่างไร) บทความนี้จะกล่าวถึง OSA เป็นหลัก เนื่องจากเป็นภาวะที่เครื่อง CPAP ถูกออกแบบมาเพื่อใช้รักษาโดยเฉพาะ
เมื่อทางเดินหายใจถูกอุดกั้น ร่างกายจะเกิดภาวะขาดออกซิเจนชั่วขณะ สมองจึงตอบสนองด้วยการปลุกให้ตื่นขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจกลับมาทำงานอีกครั้ง กระบวนการดังกล่าวอาจเกิดขึ้นซ้ำหลายสิบถึงหลายร้อยครั้งต่อคืนโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว ส่งผลให้คุณภาพการนอนลดลงอย่างมาก แม้นอนครบ 7-8 ชั่วโมง ก็ยังอาจตื่นมาด้วยความอ่อนเพลียและไม่สดชื่น
อาการที่พบได้บ่อยของ Sleep Apnea ได้แก่ การนอนกรนเสียงดังเป็นประจำ มีช่วงหายใจสะดุดหรือหยุดหายใจขณะหลับตามที่คนใกล้ชิดสังเกตเห็น ตื่นนอนพร้อมอาการปวดศีรษะ ง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน สมาธิลดลง และหงุดหงิดง่าย (อ่านรายละเอียด อาการ สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับและภาวะแทรกซ้อน) หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมในระยะยาว ภาวะนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และเบาหวานชนิดที่ 2
⚠️สัญญาณที่ควรไปพบแพทย์
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการนอนกรนเสียงดังร่วมกับการหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ง่วงนอนผิดปกติระหว่างวัน หรือรู้สึกเหนื่อยล้าเรื้อรังแม้นอนเพียงพอ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) และทำความเข้าใจค่า AHI เพื่อประกอบการวินิจฉัย ก่อนตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษา
CPAP ย่อมาจาก Continuous Positive Airway Pressure หรือ “แรงดันอากาศบวกต่อเนื่อง” เครื่อง CPAP จึงเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่ส่งลมแรงดันบวกอย่างต่อเนื่องผ่านหน้ากากเข้าสู่ทางเดินหายใจขณะนอนหลับ แรงดันลมดังกล่าวช่วยพยุงทางเดินหายใจส่วนบนไม่ให้ยุบตัวหรือปิดกั้น ทำให้ผู้ใช้สามารถหายใจได้ต่อเนื่องตลอดคืน
ในภาษาไทย อุปกรณ์นี้อาจถูกเรียกด้วยชื่ออื่น เช่น เครื่องช่วยหายใจขณะนอนหลับ หรือเครื่องรักษานอนกรน ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงอุปกรณ์กลุ่มเดียวกัน เพียงแต่เรียกตามลักษณะการใช้งานที่ผู้ใช้รับรู้ได้ชัดเจน คือช่วยให้หายใจสะดวกขึ้นและลดเสียงกรน
ประเด็นสำคัญที่ควรเข้าใจคือ เครื่อง CPAP ไม่ใช่เครื่องช่วยหายใจชนิดที่ใช้ในห้อง ICU และไม่ได้ทำหน้าที่หายใจแทนผู้ป่วยทั้งหมด แต่เป็นอุปกรณ์ที่ช่วย “เปิดทาง” ให้อากาศที่ผู้ใช้หายใจเข้าออกตามธรรมชาติผ่านได้สะดวกขึ้น ผู้ใช้ยังคงควบคุมจังหวะการหายใจของตนเอง เครื่อง CPAP ทำหน้าที่สร้างแรงดันบวกในทางเดินหายใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่ออ่อนบริเวณลำคอยุบตัวลงมาปิดกั้นทางเดินหายใจ ทั้งนี้ เครื่อง CPAP แตกต่างจากเครื่องผลิตออกซิเจน ซึ่งเป็นอุปกรณ์คนละประเภทและใช้กับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่แตกต่างกัน (อ่านเพิ่มเติม CPAP กับเครื่องผลิตออกซิเจนต่างกันอย่างไร)
ปัจจุบันเครื่อง CPAP ถือเป็นมาตรฐานการรักษาหลัก (Gold Standard) สำหรับภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea) ที่แพทย์แนะนำเป็นลำดับแรก เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง ไม่ต้องผ่าตัด และผู้ใช้จำนวนมากสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ช่วงแรกของการใช้งาน
เครื่อง CPAP ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ผู้ที่นอนกรนทุกคนจำเป็นต้องใช้ การตัดสินใจใช้เครื่องควรมาจากการวินิจฉัยของแพทย์ผ่านการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test หรือ Polysomnography) อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่มักได้รับคำแนะนำให้พิจารณาใช้เครื่อง CPAP มีลักษณะดังต่อไปนี้
สำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรนเล็กน้อยโดยไม่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย แพทย์อาจแนะนำวิธีอื่นก่อน เช่น การปรับพฤติกรรม การลดน้ำหนัก การนอนตะแคง หรือการใช้อุปกรณ์ทันตกรรมชนิดพิเศษ ทั้งนี้ควรพิจารณาตามผลการวินิจฉัยของแพทย์เฉพาะทางเป็นสำคัญ
หลักการทำงานของเครื่อง CPAP ไม่ซับซ้อนมากนัก โดยสามารถอธิบายเป็นขั้นตอนหลักได้ดังนี้

ตัวเครื่อง CPAP จะดูดอากาศจากภายนอกผ่านแผ่นกรองอากาศ (Air Filter) เพื่อกรองฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกก่อนส่งเข้าสู่ระบบ ทำให้อากาศที่ผู้ใช้หายใจเข้าไปมีความสะอาดเหมาะสมต่อการใช้งานมากขึ้น
มอเตอร์ภายในเครื่องจะเป่าอากาศให้เกิดแรงดันตามค่าที่แพทย์กำหนดไว้ โดยวัดเป็นหน่วย cmH2O หรือเซนติเมตรน้ำ โดยทั่วไปเครื่อง CPAP อาจตั้งค่าแรงดันอยู่ในช่วงประมาณ 4-20 cmH2O ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับของแต่ละบุคคล ซึ่งประเมินได้จากผลตรวจการนอนหลับ (ดู วิธีตั้งค่าแรงดัน (Pressure) ของเครื่อง CPAP)
อากาศที่มีแรงดันแล้วจะถูกส่งผ่านสายลม (Tubing) ซึ่งเป็นท่อยางหรือพลาสติกที่มีความยืดหยุ่น เชื่อมต่อจากตัวเครื่องไปยังหน้ากากที่ผู้ใช้สวมใส่ สายบางรุ่นมีระบบทำความร้อน (Heated Tube) เพื่อช่วยลดการควบแน่นของไอน้ำภายในสาย ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหา Rainout
ลมแรงดันบวกจะผ่านหน้ากากเข้าสู่จมูกหรือปากของผู้ใช้ และทำหน้าที่คล้าย “เฝือกลม” (Pneumatic Splint) ที่ช่วยค้ำยันผนังทางเดินหายใจส่วนบนไม่ให้ยุบตัวลงมาปิดกั้นในช่วงที่กล้ามเนื้อคลายตัวระหว่างการนอนหลับลึก
เครื่อง CPAP ส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีระบบเพิ่มความชื้น (Humidifier) ในตัว ระบบนี้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้อากาศก่อนเข้าสู่ทางเดินหายใจ ลดปัญหาคอแห้งและจมูกแห้ง ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อหายใจรับลมแห้งต่อเนื่องตลอดคืน
💡ข้อควรทราบ
เครื่อง CPAP รุ่นใหม่หลายรุ่นมีเซนเซอร์ตรวจจับการหายใจแบบเรียลไทม์ และสามารถบันทึกข้อมูลการใช้งาน เช่น จำนวนครั้งที่หยุดหายใจต่อชั่วโมง (AHI) ค่าแรงดันที่ใช้จริง และระยะเวลาการใช้งานในแต่ละคืน ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อแพทย์ในการติดตามผลการรักษา
แม้คำว่า “เครื่อง CPAP” มักถูกใช้เป็นคำเรียกรวม แต่ในทางปฏิบัติเครื่องช่วยหายใจขณะนอนหลับมีหลายประเภท และเหมาะกับผู้ใช้ที่มีลักษณะอาการแตกต่างกัน หัวข้อนี้สรุปความแตกต่างของเครื่องแต่ละประเภท (ดูตัวอย่างเปรียบเทียบแบบเจาะลึกใน CPAP/APAP/BiPAP ต่างกันอย่างไร เทียบรุ่น Ventmed)
| ประเภท | หลักการทำงาน | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|
| CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) | ส่งแรงดันลมคงที่ตลอดคืนในระดับเดียว ทั้งช่วงหายใจเข้าและหายใจออก | ผู้ป่วย OSA ทั่วไปที่มีความรุนแรงค่อนข้างคงที่และไม่ผันผวนมาก |
| APAP (Auto-titrating Positive Airway Pressure) | ปรับแรงดันลมขึ้นลงโดยอัตโนมัติตามการหายใจของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ตลอดคืน | ผู้ที่ความรุนแรงของ Sleep Apnea เปลี่ยนแปลงในแต่ละคืน เช่น ขึ้นอยู่กับท่านอนหรือปริมาณแอลกอฮอล์ |
| BiPAP / BPAP (Bilevel Positive Airway Pressure) | ตั้งแรงดันสองระดับแยกกัน ได้แก่ แรงดันขณะหายใจเข้า (สูงกว่า) และแรงดันขณะหายใจออก (ต่ำกว่า) | ผู้ที่ใช้ CPAP แล้วรู้สึกอึดอัดขณะหายใจออก หรือมีภาวะโรคปอดร่วมด้วย เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) |
สำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เริ่มรักษา แพทย์มักพิจารณาให้เริ่มจากเครื่อง CPAP หรือ APAP ก่อน เนื่องจากใช้งานได้ไม่ซับซ้อนและครอบคลุมผู้ป่วยส่วนใหญ่ ส่วนเครื่อง BiPAP มักใช้ในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เฉพาะเพิ่มเติม ทั้งนี้ การเลือกประเภทเครื่องที่เหมาะสมควรอ้างอิงผลตรวจการนอนหลับและคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับเป็นหลัก
💡ฟังก์ชันเสริมที่ควรรู้จัก
เครื่อง CPAP รุ่นใหม่หลายรุ่นมีฟังก์ชัน Ramp ซึ่งช่วยไล่ระดับแรงดันลมขึ้นทีละน้อยขณะเริ่มนอน ทำให้รู้สึกสบายขึ้นในช่วงแรก และฟังก์ชัน EPR (Expiratory Pressure Relief) ซึ่งช่วยลดแรงดันลงเล็กน้อยขณะหายใจออก ทั้งสองฟังก์ชันมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้เริ่มใช้งาน
ผู้ใช้รายใหม่จำนวนไม่น้อยอาจรู้สึกไม่คุ้นเคยในช่วงแรกของการใช้เครื่อง CPAP ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป และส่วนใหญ่สการเลือกเครื่อง CPAP ที่เหมาะสมเป็นขั้นตอนสำคัญ ซึ่งส่งผลต่อความต่อเนื่องและความสำเร็จของการรักษาในระยะยาว ปัจจัยหลักที่ควรพิจารณา ได้แก่
ควรเริ่มจากการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อให้แพทย์ประเมินความรุนแรงของภาวะ Sleep Apnea และแนะนำประเภทเครื่องที่เหมาะสม รวมถึงค่าแรงดันลมที่ควรตั้งค่า
พิจารณาว่าควรใช้เครื่อง CPAP แบบแรงดันคงที่, APAP ที่ปรับแรงดันอัตโนมัติ หรือ BiPAP ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยอ้างอิงคำอธิบายในหัวข้อประเภทของเครื่องด้านบน (ดูรุ่นที่รองรับจริงใน CPAP/APAP/BiPAP ต่างกันอย่างไร เทียบรุ่น Ventmed)
เครื่อง CPAP รุ่นใหม่ส่วนใหญ่ออกแบบมาให้มีเสียงเบา โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 25-30 เดซิเบล ซึ่งใกล้เคียงกับเสียงกระซิบ หากผู้ใช้หรือคู่นอนไวต่อเสียง ควรเลือกรุ่นที่มีระดับเสียงต่ำเป็นพิเศษ
หากผู้ใช้อยู่ในพื้นที่อากาศแห้งหรือใช้เครื่องปรับอากาศเป็นประจำ ระบบทำความชื้นในตัวและสายทำความร้อนจะช่วยลดปัญหาคอแห้ง รวมถึงลดการเกิดหยดน้ำสะสมในสาย หรือ Rainout ได้อย่างมาก
สำหรับผู้ที่เดินทางบ่อย เครื่อง CPAP แบบพกพาขนาดเล็กและน้ำหนักเบาจะช่วยให้ใช้งานได้ต่อเนื่องแม้ต้องเดินทางไกล ควรตรวจสอบแบตเตอรี่และอุปกรณ์จ่ายไฟสำรอง (Battery / Power Supply) ให้พร้อม โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางโดยเครื่องบินหรือใช้งานบนรถ
หากยังไม่แน่ใจว่าจะใช้เครื่อง CPAP ในระยะยาวหรือไม่ หรือต้องการทดลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อ การเช่าเครื่องเป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเริ่มต้น และยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานในช่วงเดินทางหรือพักฟื้นระยะสั้น หากกำลังพิจารณางบประมาณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ค่าใช้จ่ายและเอกสารที่ต้องรู้ก่อนใช้เครื่อง CPAP: ราคา ค่าไฟ ใบแพทย์ และประกันสังคม
💡คำแนะนำ
ก่อนตัดสินใจซื้อหรือเช่าเครื่อง CPAP ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณ รวมถึงตรวจสอบเงื่อนไขการรับประกันและบริการหลังการขายให้ครบถ้วน
เพื่อทำความเข้าใจระบบ CPAP อย่างครบถ้วน ควรรู้จักส่วนประกอบหลักที่ทำงานร่วมกัน ดังนี้


เมื่อใช้เครื่อง CPAP อย่างถูกวิธีและต่อเนื่อง ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นภายในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ของการใช้งาน ประโยชน์สำคัญ ได้แก่
💡เคล็ดลับ
ประโยชน์ของเครื่อง CPAP จะเกิดขึ้นได้เมื่อใช้งานอย่างสม่ำเสมอทุกคืน แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้อย่างน้อย 4 ชั่วโมงต่อคืน และควรใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 70% ของจำนวนคืนในแต่ละเดือน เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่เหมาะสม
🔗 อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง
การดูแลรักษาเครื่อง CPAP อย่างถูกวิธีไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ แต่ยังช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและรักษาประสิทธิภาพการรักษาให้คงที่ แนวทางการดูแลเบื้องต้นที่ควรทำเป็นประจำ ได้แก่
⚠️ไฟดับขณะใช้เครื่อง CPAP ต้องทำอย่างไร
หากไฟดับกะทันหันขณะนอนหลับ เครื่อง CPAP จะหยุดทำงานทันที เนื่องจากต้องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา ผู้ที่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องอย่างต่อเนื่องควรเตรียมแบตเตอรี่สำรองไว้ล่วงหน้า
อ่านวิธีรับมือโดยละเอียดได้ที่ หากไฟดับขณะใช้เครื่อง CPAP ต้องทำอย่างไร
ผู้ใช้รายใหม่จำนวนไม่น้อยอาจรู้สึกไม่คุ้นเคยในช่วงแรกของการใช้เครื่อง CPAP ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป และส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับอุปกรณ์หรือวิธีใช้งานให้เหมาะสม ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่
ปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้หมายความว่าเครื่อง CPAP ไม่เหมาะกับผู้ใช้ แต่อาจสะท้อนว่าควรปรับตั้งค่า เลือกหน้ากาก หรือใช้อุปกรณ์เสริมให้เหมาะสมมากขึ้น รายละเอียดของแต่ละปัญหามีอธิบายเพิ่มเติมในบทความเฉพาะทางตามลิงก์ด้านล่าง
เครื่อง CPAP เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเปิดทางเดินหายใจด้วยแรงดันลมบวก โดยผู้ใช้ยังคงหายใจเองตามธรรมชาติ แตกต่างจากเครื่องช่วยหายใจในห้อง ICU ซึ่งใช้ควบคุมหรือช่วยการหายใจแทนผู้ป่วยในกรณีที่ไม่สามารถหายใจเองได้เพียงพอ
โดยทั่วไป Sleep Apnea เป็นภาวะเรื้อรังที่ต้องควบคุมอย่างต่อเนื่อง หากหยุดใช้เครื่อง อาการมักกลับมาเป็นเช่นเดิม อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี เช่น เมื่อลดน้ำหนักได้มาก หรือแก้ไขสาเหตุทางกายภาพบางประการได้ ความจำเป็นในการใช้เครื่องอาจเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอาการเป็นระยะ (อ่านเพิ่มเติม ทำไมต้องใช้ทุกคืน และใช้ตอนเป็นหวัดได้ไหม)
ใช้รายใหม่ส่วนใหญ่อาจรู้สึกไม่คุ้นเคยในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แต่เมื่อร่างกายปรับตัวและเลือกหน้ากากที่พอดี ความรู้สึกอึดอัดมักลดลงอย่างมาก เครื่อง CPAP เป็นอุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยเมื่อใช้ตามคำแนะนำของแพทย์
ราคาเครื่อง CPAP ขึ้นอยู่กับรุ่นและฟังก์ชันการใช้งาน การเช่าเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อ หรือจำเป็นต้องใช้งานระยะสั้น ส่วนการซื้อเหมาะกับผู้ที่ต้องใช้งานต่อเนื่องในระยะยาวและต้องการเป็นเจ้าของเครื่องเอง สำหรับค่าไฟฟ้าจากการใช้งานเครื่อง CPAP ต่อคืน โดยทั่วไปถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นในบ้าน
ได้ ปัจจุบันมีเครื่อง CPAP แบบพกพาขนาดเล็กที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการเดินทาง มีน้ำหนักเบา และสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ในฐานะอุปกรณ์ทางการแพทย์
เครื่อง CPAP ช่วยควบคุมอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงที่ใช้งาน แต่ไม่ใช่การรักษาที่แก้สาเหตุอย่างถาวร หากหยุดใช้เครื่อง อาการมักกลับมาเป็นเช่นเดิม
โดยทั่วไปยังสามารถใช้ต่อได้ แต่บางคนอาจรู้สึกอึดอัดมากขึ้นจากอาการคัดจมูก ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ให้บ่อยขึ้นในช่วงที่ป่วย รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ ใช้เครื่อง CPAP ตอนเป็นหวัด
โดยทั่วไป การซื้อเครื่อง CPAP ไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งแพทย์ แต่ควรผ่านการตรวจการนอนหลับก่อน เพื่อให้ได้ค่าแรงดันที่เหมาะสม ส่วนการเบิกจ่ายผ่านประกันสังคมมีเงื่อนไขเฉพาะที่ควรตรวจสอบล่วงหน้า อ่านรายละเอียดที่ เครื่อง CPAP ต้องมีใบแพทย์ไหม และ การเบิกประกันสังคมซื้อเครื่อง CPAP
เครื่อง CPAP เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยหลักการส่งแรงดันลมบวกอย่างต่อเนื่องเพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่งตลอดคืน หากมีอาการนอนกรนเสียงดัง หยุดหายใจขณะหลับ หรือง่วงนอนผิดปกติในเวลากลางวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจการนอนหลับเป็นขั้นตอนแรก ก่อนพิจารณาเลือกเครื่อง CPAP ที่เหมาะสมกับความต้องการและข้อบ่งชี้ของตนเอง
อ้างอิง:
https://www.rama.mahidol.ac.th/sleep_disorders/th/content/การรักษาโรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/sleep-apnea/in-depth/cpap/art-20044164